
สัมภาษณ์
นายวรชาติ
เกลี้ยงแก้ว
ณ
เวลา
09:00 น
เราเริ่มออกจากมหาวิทยาลัยตาปี
วิทยาเขตพุนพิน
เพื่อที่จะไปทำการสัมภาษณ์งาน
นายวรชาติ
เกลี้ยงแก้ว
ที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เดินทางโดยรถส่วนตัวค่ะ
เราทำการเดินทางจาก
มหาวิทยาลัยตาปี
วิทยาเขตพุนพิน
ไป
ที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เราทำการเดินทางประมาณ
2 โมงกว่า
อันที่จริงก็ไม่ถึงหรอกพวกเราแวะกินข้าวกันอยู่นะค่ะ
แต่อีกอย่างรถมันก็ติดแถมฝนยังตกอีกการเดินทางมันเลยลำบากนิดนึง
พวกเราไปถึงศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ประมาณ
11:30 น
ปัญหามันอยู่ที่
ที่จอดรถก็หายาก
ฝนก็ตกลงจากรถลำบากมากเมื่อลงจากรถพวกเราก็มายืนรอหน้าศาล
เพื่อรอบุคคลที่จะพาเราเข้าไปทำการสัมภาษณ์ค่ะ
เมื่อ
เค้ามาพาพวกเราเข้าไปก็ไปนั่งรอ
อยู่อีกประมาณ
ครึ่งชั่วโมงกว่า
เพราะบุคคลที่เราจะสัมภาษณ์นั้นติดภาระกิจอยู่ค่ะ
และเมื่อถึงเวลาที่จะสัมภาณ์
ความตื่นเต้นเริ่มมาค่ะ
1.ประวิติส่วนตัวและประวิติการศึกษา
ผม
นายวรชาติ
เกลี้ยงแก้ว อายุ
48 ปี เป็นคนจังหวัดพัทลุง
ส่วนประวิติการศึกษาของผม ผมเองผมจบในสายวิชาชืพ
ปวช.
สาขาช่างอิเล็กทรอนิกส์
พอหลังจากจบ
ปวช.แล้ว
ก็ผันตัวเองไปเรียงกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยรามกำแหง หลังจากนั้นอบรมประกาศ
วิชาชืพ ทนายความ
และก็ได้ศึกษาเนิติบัณฑิต
ปี
2539 หลังจากนั้นก็ไปสอบบรรจุ
เป็นนิติกร ที่กรมบัญชีกลาง หระหว่างนั้นก็เข้าสอบผู้ช่วยผู้พิกพากษารุ่น
44 นับถึงวันนี้รับราชการมา
13 ปี
ในช่วงระหว่างรับราชการก็ได้เข้าศึกษาต่อ
ระดับปริญญาโททางด้านกฎหมายที่
นครศรีธรรมราช
สาขาวิทยบริกาาร
จบเมื่อ
ปี
2550 ปัจจุบนัน
ก็กำลังศึกษาต่อในระดับ
ปริญญาเอก
ทางด้านกฎหมาย
ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
คับ
2.สถานที่แรกที่เข้ารับราชการ
แห่งแรกที่เข้ารับราชการ ผม
ประกอบอาชืพทนายความอยู่ช่วงหนึ่งประมาณ
1-2 ปี
หลังจากนั้นก็ได้ไปเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา
รุ่น
44 อยู่ที่กรมบัญชีกลางและมีโอกาสไปรับราชการ
ศาลแรกที่เบตง
และได้ย้ายไปที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ
และ
ได้ย้ายไปที่ศาลนครศรีธรรมราช
และ
ก็ได้ย้ายไปที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปีนี้ปีที่
4 ในระหว่างที่รับราชการอยู่ที่ศาลนครศรีธรรมราชและ ก็ได้ไปเป็นอาจาร์พิเศษที่มหาวิยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราชและมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา วิทยาเขตนครศรีธรรมราช
และ
มหาวิทยาลัยราชภัฎ
สุราษฎร์ธานี
ปัจจุบัน
ก็ได้รับราชการตำแหน่งผู้พิพากษาที่
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
3.สาเหตุที่เลือกเรียนทางด้านกฎหมาย
ในส่วนของผมเอง ผมไม่ได้มีแรงจูงใจอะไรเพราะว่าผมจบทางด้านวิชาชืพ
เหตุที่ไปเรียนกฎหมายก็เพราะว่าไม่ชอบทางสายวิชาชืพอีกแล้วนะคับ
และก็คิดว่ากฎหมายน่าจะเป็นทางเลือกและงานที่สร้างอนาคตให้เราได้
ผมคิดเท่านั้นไม่ได้มีแรงจูงใจอะไรมากมาย
คับ
4.ปัจจุบัน ตำแหน่งที่รับราชการอยู่คือ
ปัจจุบันตำแหน่งที่
ผมเข้ารับราชการ
คือ
ตำแหน่งผู้พิพากศาล
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นตำแหน่ง
วิชาชืพสูงสุด
ของผู้ที่เข้ารับราชการทางด้านกฎหมาย
5.ความประทับใจที่ได้เข้ามารับราชการในตำแหน่งปัจจุบัน
ความประทับใจในตำแหน่งนี้ ก็ถือว่าในตำแหน่งนี้
เป็นตำแหน่งสูงสุดของสายวิชาชืพนักกฎหมาย
ซึ่งนักกฎหมายแต่ละคนก็ใฝ่ฝันที่จะเข้าตำแหน่งนี้นะคับและการทำงาน
ในตำแหน่งนี้เป็นการทำงานรับใช้ประชาชนเราสามารถที่จะอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างเต็มที่
น่ะคับ
6.หากต้องการทำงานในตำแหน่งนี้ควรศึกษามาอย่างไร
ในตำแหน่งนี้ คนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งได้ คือ
1. จบปริญญาตรีทางด้านกฎหมาย
2. จบเนติบัณฑิต
3. ประกอบอาชืพทางด้านกฎหมาย
เช่น
ทนายความ
นิติกร
มาเป็นเวลา
2 ปี
- จึงจะเข้าสู่ตำแหน่งนี้ได้ซึ่งเค้าเรียกว่า
เป็นการสอบสนามใหญ่
- เราสามารถเรียนเนติบัณฑิต
กับ
ปริญญาโท
ควบคู่ไปได้ถ้าเราไหว
- เส้นทางการเป็น
อัยการ
ผุ้พิพากษา
ไม่จำเป้นต้องจบปริญญาโท
แต่ต้องจบเนติบัณฑิต
- แต่การเรียนปริญญาโท
ทำให้โอกาสในการสอบผู้พิพากษา
กับ
อัยการของเรามากขึ้น
- ยิ่งเรียนปริญญาโทจากต่างประะเทศ
2 ใบ
โอกาสยิ่งมากขึ้นไปอีก
- การสอบผู้พิพากษาผมแถบไม่ได้ยินเรื่องเส้นสาย
ข้อสอบรั่ว
มั่นใจได้แถบ
100% ว่าคนสอบได้มาจากความสามารถจริง
การสอบผู้พิพากษามี 3 สนาม
1.การสอบสนามใหญ่
จบ ปริญญาตรีนิติศาสตร์
+ เนติบัณฑิต +
เคยทำงานทางด้านกฎหมายในภาครัฐ
2 ปี
หรือเป็นทนายความตามจำนวนที่เขากำหนด
2.การสอบสนามเล็ก
จบ ปริญญาตรีนิติศาสตร์ +
เนติบัณฑิต +
จบ
ปริญญาโท
(ในไทย) +
เคยทำงานทางด้านกฎหมายในภาครัฐ
1 ปี
หรือเป็นทนายความว่าความตามที่เขากำหนด
3.การสอบสนามจิ๋ว
จบ ปริญญาตรีนิติศาสตร์ +
เนติบัณฑิต +
ปริญญษโท
2 ใน
(เมืองนอก) + เคยทำงานทางด้านกฎหมายในภาครัฐ
1 ปี
หรือ
เคยเป็นทนายความว่าความตามที่เขากำหนด
คุณสมบัติของผู้สอบคัดเลือก
1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. ผู้สมัครสอบคัดเลือกหรือผู้สมัครทดสอบความรู้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกพิเศษ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
3. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
4. เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตสภา
5. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
6. ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
7. ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งให้พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
8. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
9. ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
10. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการหรือ เป็นโรคที่ระบุไว้ในระเบียบ ก.ต. และ
11. เป็นผู้ที่ผ่านการตรวจร่างกายและจิตใจโดยคณะกรรมการแพทย์จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.ต. กำหนด และ ก.ต. ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมการแพทย์แล้วเห็นสมควรรับสมัครได้
หลักฐานในการสมัครสอบ
1. ภาพถ่ายปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต (แสดงต้นฉบับด้วย)
2. ภาพถ่ายประกาศนียบัตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมาย ฯ (แสดงต้นฉบับด้วย)
3. สำเนาทะเบียบบ้าน หรือ บัตรประจำตัวประชาชน (ถ่ายเอกสารทั้งสองหน้าในแผ่นเดียวกัน)(แสดงต้นฉบับด้วย)
4. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย (กรณีเป็นทนายความ ให้นำหนังสือรับรองการเป็นทนายความจากสภาทนายความมายื่นด้วย)
5. ใบรับรองสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา (ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน)
6. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 4 รูป (เขียนชื่อ-สกุลด้านหลัง)
7. เงินค่าธรรมเนียมการสอบ 100 บาท
8. เงินค่าตรวจร่างกาย 600 บาท (จ่ายวันไปตรวจร่างกาย)

การสอบคัดเลือก มีการสอบข้อเขียน 3 วัน
วันที่หนึ่ง
สอบวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา จำนวน 10 ข้อ เวลา 4 ชม. คะแนนเต็ม 100 คะแนน
วันที่สอง
สอบวิชากฎหมายลักษณะพยาน จำนวน 3 ข้อ วิชากฎหมายพระธรรมนูญ ศาลยุติธรรมกับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง จำนวน 1 ข้อ และให้เลือกสอบในลักษณะวิชา กฎหมายล้มละลาย กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและ ครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว กฎหมายปกครอง กฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศวิชาใดวิชาหนึ่ง จำนวน 2 ข้อ รวมจำนวนข้อสอบทั้งหมด 6 ข้อ เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง คะแนนเต็ม 60 คะแนน และวิชาภาษาอังกฤษ เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง คะแนนเต็ม 10 คะแนน สำหรับลักษณะวิชาที่ให้เลือกสอบ ผู้สมัครต้องแสดงความจำนงว่าจะสอบลักษณะ วิชาใดในวันสมัครสอบ
วันที่สาม
สอบวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน10 ข้อ เวลา 4 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 100 คะแนน การสอบปากเปล่า เนื้อหาครอบคลุมลักษณะวิชาที่สอบข้อเขียน ตามแต่คณะ อนุกรรมการสอบฯจะเห็นสมควรกำหนดเวลาประมาณคนละ 15 นาที คะแนนเต็ม 100 คะแนน
เกณฑ์ที่จะได้บรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ
ผู้สมัครต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมด จึงมีสิทธิเข้าสอบปากเปล่าและต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนกับสอบปากเปล่ารวมกันไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 ของคะแนน ทั้งสองอย่างรวมกัน
ทั้งหมดนี้ที่ คือ การเตรียมตัวสอบเป็นผู้พิพากษา หลังในการทำงานก็ยึดหลักในเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ผมหวังว่าเราจะได้มาทำงานร่วมกัน คับ !!
ค่ะ !! และเมื่อพวกเรา สัมภาษณ์ท่านเสร็จแล้ว ก็ได้มีการถ่ายรูป และกล่าวขอบุณท่านค่ะ
พวกเราก็เดินออกมาจากศาล
ด้วยหน้ายิ้มแย้มแจ๋มใส
ทีแรกพวกเราคิดว่าท่านจะดู
ดุๆ
แต่ที่จริงแล้วท่านใจดีมากเลยค่ะ
งานสัมภาษณืของพวกเราก็เสจแล้วน่ะค่ะ
พวกเราคิดว่าบทสัมภาษณ์ของพวกเรา
จะเป็นแนวทางให้ทุกคนได้ค่ะ
!!
สมาชิกในกลุ่ม
1. นางสาวกาญจนา
ชมภูแดง
รหัส
5721120013
2. นางสาวมนฑิรา ศิริรัตน์จิรางกูล รหัส
5721120010
3. นางสาวอรัญญา ขวัญดุษฎี หรัส 5721120009
4. นางสาวศรัลพร ชุมผอม รหัส 57211200
5. นายศตวรรษ ห่อทอง หรัส 57211200













แต่งกายแบบนี้ไปศาลหรือครับ?
ตอบลบWhy Baccarat Has A Popular Name - Worrione
ตอบลบBaccarat 바카라 사이트 카지노 판 is a game of strategy and luck. Learn how to play baccarat and learn how to play. Learn how to play baccarat.